รายงานการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ชื่อเรื่อง การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของโรงเรียนเทศบาล 1 “สุรินทร์วิทยาคม” อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์
ผู้วิจัย นายสุชาติ บูรณ์เจริญ
สถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล 1 “สุรินทร์วิทยาคม” สังกัดกองการศึกษาเทศบาลเมืองสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์
บทคัดย่อ
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 จำเป็นอย่างยิ่งที่ครูจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และผู้เรียนจำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนรู้ด้วย กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ใช้นำร่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนเป็นลำดับแรกคือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมาย1) เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ที่ครูประจำชั้นพัฒนาขึ้น 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนกับหลังเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 4) เพื่อศึกษาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 และ 5) เพื่อสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 – 6 ที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 โรงเรียนเทศบาล 1 “สุรินทร์วิทยาคม” สังกัดกองการศึกษาเทศบาลเมืองสุรินทร์ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 6 ห้องเรียน ผู้เรียนจำนวน 150 คน โดยการเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ซึ่งมีค่าอำนาจจำแนก (r) ตั้งแต่ .24 ถึง .68, .24 ถึง .62, .23 ถึง .64, .26 ถึง .66, .28 ถึง .72 และ .26 ถึง .74 ตามลำดับ ค่าความยาก (P) ตั้งแต่ .24 ถึง .66, .28 ถึง .68, .26 ถึง .64, .28 ถึง .64, .22 ถึง .70 และ .22 ถึง .64 ตามลำดับ และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .86, .88, .84, .90, 88 และ .86 ตามลำดับ
3) แบบวัดความสามารถการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ซึ่งมีค่าอำนาจจำแนก (r) ตั้งแต่ .22 ถึง .66, .28 ถึง .78, .21 ถึง .80, .24 ถึง .64, .21 ถึง .68 และ .21 ถึง .82 ตามลำดับ ค่าความยาก (P) ตั้งแต่ .22 ถึง .58, .24 ถึง .62, .26 ถึง .66, .28 ถึง .68, .20 ถึง .60 และ .24 ถึง .64 ตามลำดับ และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .71, .82, .80, .74, .82 และ .88 และ 5) แบบวัดความพึงพอใจของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ .88 ถึง .96 ค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดความพึงพอใจทั้งฉบับเท่ากับ .99 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบสมมติฐานใช้ Dependent Samples
ผลการวิจัยปรากฏดังนี้
1. แผนการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.50/83.47, 82.09/84.07, 82.00/81.73, 82.83/81.33, 82.94/82.83 และ 82.84/81.10 ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80
2. แผนการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 มีค่าดัชนีประสิทธิผล (The Effectiveness Index : E.I.) มีค่าดัชนีประสิทธิผล (The Effectiveness Index : E.I.) เท่ากับ 0.7092, 0.7326, 0.6953, 0.7136, 0.6806 และ 0.6431 ตามลำดับแสดงว่าผู้เรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนร้อยละ 70.92, 73.26, 69.53, 71.36, 68.06 และ 64.31 ตามลำดับ
3. ผู้เรียนที่เรียนโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 มีคะแนนการคิดวิเคราะห์คิดเป็นร้อยละ 80.90, 80.80, 82.60, 80.00, 84.70 และ 84.90 ตามลำดับ
4. ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA โดยรวมอยู่ในระดับสูง
โดยสรุป การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเหมาะสม ดังนั้น ควรสนับสนุนให้ครูผู้สอนนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นในปีการศึกษาถัดไป
รายงานการวิจัยชื่อผลงาน รายงานการประเมินโครงการการพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยการนิเทศแบบกัลยาณมิตรโรงเรียนเทศบาล 1 “สุรินทร์วิทยาคม” อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ บทคัดย่อ
ผลการประเมิน โดยสรุป โครงการการพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยการนิเทศแบบกัลยาณมิตรของโรงเรียนเทศบาล 1 “สุรินทร์วิทยาคม” อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เป็นโครงการที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องในการพัฒนาครูผู้สอนให้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนให้สูงขึ้น ดังนั้น จึงควรสนับสนุนให้มีการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง ผลการประเมิน โดยสรุป โครงการการพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยการนิเทศแบบกัลยาณมิตรของ โรงเรียนเทศบาล 1 “สุรินทร์วิทยาคม” อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เป็นโครงการที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องในการพัฒนาครูผู้สอนให้มีการปรับ เปลี่ยนวิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนให้สูงขึ้น ดังนั้น จึงควรสนับสนุนให้มีการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง โครงการและกิจกรรมกำลังปรับปรุงข้อมูล |
ยินดีต้อนรับ...สู่...เทศบาล 1จิ๋วแต่แจ๋ว....ของเด็กเทศบาล 1 เด็กชายศิวกร ยอดอินทร์ |






